ประวัติความเป็นมาของบริษัท
2568
2567
2566
2565
2564
- บริษัทฯ มีการเพิ่มทุนจดทะเบียนจากเดิม ทุนจดทะเบียน 582,923,188 บาท ทุนชำระแล้ว 571,933,066 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่ จำนวน 857,899,599 บาท ทุนชำระแล้ว 857,894,892 บาท
- บริษัทฯ จัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ ชื่อ บริษัท สห โอชา จำกัด เพื่อประกอบธุรกิจหลักในการให้บริการร้านอาหาร โดยลงทุนในบริษัทย่อย บริษัท คาเนโกะ ฮันโนะสีเกะ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ Kaneko Hannosuke นอกจากนี้ยังลงทุนในบริษัทที่ประกอบธุรกิจร้านอาหารอื่นๆ
- บริษัทฯ จัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ ชื่อ บริษัท ควอนตัม ยูนิเวิร์ส จำกัด เพื่อประกอบธุรกิจหลักในการลงทุน มีสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 100 บริษัทย่อยดังกล่าวได้จัดตั้งบริษัทย่อย 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท ควอนตัม วอลท์ จำกัด เพื่อประกอบธุรกิจหลักในการให้บริการเช่าตู้นิรภัยเก็บทรัพย์สิน มีสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 100 และ บริษัท ควอนตัม ยัง จำกัด เพื่อประกอบธุรกิจหลักในการให้บริการสถานที่ออกกำลังกาย มีสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 100
- บริษัทร่วมลงทุนกับบริษัท นันทวัน จำกัด จัดตั้ง บริษัท ราชดำริ ฮอสพิทอลลิตี้ แมเนจเมนท์ จำกัด เพื่อพัฒนาโครงการโรงแรมระดับ 5 ดาว บนทำเลศักยภาพใจกลางย่านราชดำริ ทั้งนี้ โครงการคาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการภายในปี 2572
- บริษัทฯ ได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer หรือ DPO) ของบริษัท โดยมีหน้าที่ และความรับผิดชอบ ตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย มาตรฐานสากล การดำเนินงานด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงด้านกฎหมายที่อาจจะเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
- บริษัทฯ ได้รับรางวัล Future Trends Awards 2026 ในกลุ่ม "The Most Beloved Employer Awards" สาขา Experienced Professional Love อายุ 36-60 ปี จัดโดย Future Trends ร่วมกับ Jobsdb by SEEK ซึ่งจะมอบให้กับองค์กรที่ดึงตูดใจพนักงานผู้มีประสบการณ์และคนทำงานอยากร่วมงานด้วยมากที่สุด และรางวัล Leading of ESG (รางวัลองค์กรยอตเยี่ยมด้านผู้นำ ESG) ซึ่งจะมอบให้องค์กรที่มีผลงานโดดเด่นด้าน ESG ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental), สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance) ภายใต้กลุ่ม The Better World Corporate Awards
- บริษัทฯ ได้รับผลการประเมินคุณภาพการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2568 บริษัทฯ ได้คะแนน 100 คะแนน ผลประเมินอยู่ในระดับ "ดีเยี่ยมสมควรเป็นตัวอย่าง"
- บริษัทฯ ได้รับผลประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย (CGR) ประจำปี 2568 โดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ในระดับ "ดีเลิศ" (ระดับ 5 ดาว)
- บริษัทฯ ได้รับการผลประเมินการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทจดทะเบียนในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Corporate Governance Scorecard (ACGS) หรือ ASEAN CG Scorecard ประเภท ASEAN Asset Class PLCs ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 โดยรางวัลดังกล่าวมอบให้กับบริษัทที่ได้คะแนนตั้งแต่ 97.50 คะแนนขึ้นไป โดยประเมินบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูงสุด 100 อันดับแรก ณ วันที่ 31 พฤษภาคม (ประเมินทุก 2 ปี)
- บริษัทฯ ได้รับผลการประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ประจำปี 2568 ประเภทกลุ่มบริการ (Services) ในระดับ AA จัดขึ้นโดย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
- บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับหลักทรัพย์จดทะเบียนที่ดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social, Governance: ESG) จำนวน 100 หลักทรัพย์ หรือ "กลุ่มหลักทรัพย์ ESG100" โดยสถาบันไทยพัฒน์
- บริษัทฯ ได้รับรางวัล "Sustainability Disclosure Recognition" ประจำปี 2568 จากสถาบันไทยพัฒน์ ซึ่งเป็นองค์กรส่งเสริมและพัฒนามาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนในประเทศไทย
- บริษัทฯ ผ่านการรับรองการต่ออายุการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (CAC) เป็นครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568
- บริษัทฯ ลงทุนต่อเนื่องผ่านบริษัทในเครือ ร่วมลงทุนต่างๆ ตามแผนในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์บนทำเลศักยภาพย่านพระราม 3 ร่วมกับบริษัทอื่น ๆ ในกลุ่มสหพัฒนา โดยโครงการแรกที่จะทยอยเปิดให้บริการตามแผน คือ อาคารสำนักงานเกรดเอ “คิงบริดจ์ ทาวเวอร์” ซึ่งเริ่มทยอยเปิดให้บริการตั้งแต่ปลายปี 2567 โดยบริษัทฯ ได้ลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานอาคารขนาดใหญ่ให้ครบวงจรมากขึ้น ได้แก่ ธุรกิจให้บริการเช่าพื้นที่ในอาคาร และ Co-Working Space รวมถึงธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ ผู้บริหารลงทุนจัดตั้งบริษัท ซีนเนอร์จี้ สเปซเซส จำกัด และการร่วมลงทุนในบริษัท สห โตคิว พร็อพเพอร์ตี้ แมเนจเมนต์ จำกัด ตามลำดับ
- บริษัทฯ เน้นการลงทุนเพิ่มในธุรกิจที่ลงทุนอยู่เดิม และมีศักยภาพในการพัฒนาต่อยอดได้ โดยบริษัทฯ เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในบริษัท ประชาอาภรณ์ จำกัด (มหาชน) (PG) ซึ่งเป็นบริษัทที่มีฐานะการเงินมั่นคง และมีทรัพย์สินที่ดี ผ่านการเข้าซื้อตามวิธีการบันทึกการซื้อขายรายใหญ่ (Big Lot Trading) และการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของกิจการ (Mandatory Tender Offer) เพื่อเข้าร่วมพัฒนาแผนธุรกิจให้ดำเนินธุรกิจได้เต็มศักยภาพ และผลักดันให้เกิดการลงทุนใหม่ ๆ ต่อยอดจากธุรกิจเดิม นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเพิ่มสัดส่วนในทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าไทยแลนด์ ไพร์ม พร็อพเพอร์ตี้ (TPRIME) และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าไฮโดรเจน (HYDROGEN) ที่ยังคงสร้างผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอให้กับบริษัทฯ
- บริษัทฯ มีการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อมุ่งเน้นการเติบโตในระยะยาว และรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาด ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การปรับโครงสร้างองค์กรจะเพิ่มความยืดหยุ่น ความสามารถในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ และการปรับตัวต่อนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีใหม่ ๆ และเพิ่มประสิทธิภาพของการสื่อสารระหว่างผู้บริหารและพนักงาน การมีส่วนร่วม และการเสริมสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่คล่องตัว
- บริษัทฯ ได้รับผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย (CGR) ประจำปี 2567 โดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ในระดับ “ดีเลิศ” (ระดับ 5 ดาว)
- บริษัทฯ ได้รับผลการประเมินคุณภาพการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2567 บริษัทฯ ได้คะแนน 100 คะแนน ผลการประเมินอยู่ในระดับ “ดีเยี่ยม”
- บริษัทฯ ได้รับผลการประเมินจาก SET ESG Ratings ประจำปี 2567 ประเภทกลุ่มบริการ (Services) ในระดับ A จัดขึ้นโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
- บริษัทฯ จัดทำการประเมินคาร์บอนฟุตพรินท์องค์กร (Carbon Footprint Organization: CFO) ขอบเขตการประเมินที่สำนักงานใหญ่และสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ศรีราชา กบินทร์บุรี ลำพูน และแม่สอด พร้อมทั้งเพิ่มขอบเขตการประเมินที่สนามกอล์ฟและโรงแรม กบินทร์บุรี สปอร์ต คลับ เคบีเอสซี สนามกอล์ฟหริภุญชัย กอล์ฟคลับ โครงการเกษตรเพื่อเพียง ลำพูน และ J-Park Sriracha Nihon Mura เจทาวน์ศรีราชา เพื่อประเมินปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรเพื่อธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs)
- สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์กบินทร์บุรี ได้รับการต่ออายุอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับที่ 3 ระบบสีเขียว (Green System) มีการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ มีการติดตามผล และทบทวนเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากกระทรวงอุตสาหกรรม
- สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ลำพูน ได้รับเกียรติบัตร เป็นผู้ร่วมปฏิบัติงานให้ความร่วมมือช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ปี 2567 ณ จังหวัดลำพูน อย่างดียิ่ง จากนายกรัฐมนตรี
- สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ลำพูน ได้รับประกาศเกียรติคุณ เป็นองค์กร/สถานประกอบการดีเด่นที่สนับสนุนงาน CSR เพื่อสังคม (ด้านผู้สูงอายุ) จากผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน
- สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ แม่สอด ได้รับประกาศเกียรติคุณ เป็นหน่วยงานที่ให้ความร่วมมืออย่างดียิ่งต่อการส่งเสริมผู้ประกอบการให้มีช่องทางการจำหน่ายสินค้า และการกระจายรายได้สู่ชุมชน ภายใต้โครงการ “อุตสาหกรรมดี ตาก ME MIND” ประจำปี 2567 จากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดตาก
- บริษัทฯ เดินหน้าพัฒนาต่อยอดธุรกิจต่างๆ ของกลุ่มบริษัทฯ และขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่องไปพร้อมกับการมองหาโอกาสจากธุรกิจใหม่เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและนำไปสู่เป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยบริษัทฯ ได้เพิ่มทุนตามสัดส่วนการถือหุ้น (Right Offerring: RO) ในบริษัท ธนูลักษณ์ จำกัด (มหาชน) (TNL) เพื่อสนับสนุนแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อก้าวเข้าสู่ธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพในการเติบโตของ TNL นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนเพิ่มเติมในทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าไทยแลนด์ ไพร์ม พร็อพเพอร์ตี้ (TPRIME) เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้กับบริษัท
- บริษัทฯ ขยายการลงทุนไปยังธุรกิจในอุตสาหกรรมการผลิตแผงวงจรพิมพ์ (Printed Circuit Board: PCB) โดยการร่วมทุนกับกลุ่มบริษัท Zhen Ding Tech ผู้ดำเนินธุรกิจออกแบบ ค้นคว้าวิจัย พัฒนา ผลิตและจำหน่าย PCB ชั้นนำของโลก เพื่อก่อสร้างโรงงานผลิตในพื้นที่ของโครงการสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ กบินทร์บุรี โดยมีเป้าหมายให้เป็นศูนย์กลางฐานการผลิตแห่งใหม่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การร่วมทุนดังกล่าวของบริษัท เป็นการลงทุนไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่รัฐบาลไทยให้การส่งเสริม และยังได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) อีกทั้งยังเป็นการขยายความร่วมมือไปยังกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่จากต่างประเทศ จึงมีส่วนช่วยผลักดันให้เกิดการจ้างงานที่มีคุณภาพยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านอุตสาหกรรม รวมทั้งดึงดูดผู้ประกอบการรายใหญ่ในห่วงโซ่อุปทานให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นในอนาคต
- บริษัทฯ ได้รับผลประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย (CGR) ประจำปี 2566 โดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ในระดับ “ดีเลิศ” (ระดับ 5 ดาว)
- บริษัทฯ ได้รับผลการประเมินคุณภาพการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2566 บริษัทฯ ได้คะแนน 100 คะแนน ผลประเมินอยู่ในระดับ “ดีเยี่ยม”
- บริษัทฯ ได้รับผลการประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ประจำปี 2566 ประเภทกลุ่มบริการ (Services) ในระดับ A จัดขึ้นโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
- สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ลำพูน ได้รับรางวัลต้นแบบแรงงานสมานฉันท์ จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน
- สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ลำพูน ได้รับโล่รางวัลมาตรการองค์กรเพื่อความปลอดภัยทางถนนในนิคมอุตสาหกรรมและสถานประกอบการภาคเอกชน จากหน่วยงาน สสส. สอจร., ปภ. และรับโล่ประกาศเกียรติคุณ สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ลำพูน ได้จัดทำมาตรการองค์กรบนถนนอย่างเป็นรูปธรรม จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน
- สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ลำพูน ได้รับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ “สถานประกอบการ/โรงงาน” ที่มีผลการบริหารจัดการขยะมูลฝอยในองค์กรดีเด่น ประจำปี 2566 จากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดลำพูน
- คณะกรรมการบริษัทมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการความยั่งยืนกิจการ
- บริษัทฯ ได้ขยายการลงทุนโดยการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในธุรกิจที่บริษัทฯ ลงทุนอยู่เดิม โดยพิจารณาจากผลการดำเนินงานที่มั่นคงและให้ผลตอบแทนที่ดี อีกทั้งยังคงมองหาโอกาสการลงทุนใหม่ๆ ในธุรกิจที่หลากหลาย เพื่อบริหารและจัดการความเสี่ยง โดยเน้นการลงทุนที่มองว่าสามารถเอื้อประโยชน์ (Synergy) และส่งเสริมกลุ่มธุรกิจในกลุ่มสหพัฒน์ เช่น บริษัท ธนูลักษณ์ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าสำเร็จรูปและเครื่องหนังครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทั้งสุภาพบุรุษ สุภาพสตรี และเด็ก บริษัท คิงบริดจ์ แอสเซ็ท จำกัด ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และบริษัท คิง สแควร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น
- ในโอกาสครบรอบ 50 ปี บริษัทฯ ได้เปิดโอกาสให้นักลงทุนทั่วไป เข้าร่วมลงทุนในทรัพย์สินของเครือสหพัฒน์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ "ผูกพัน แบ่งปัน มั่นคง" โดยได้จัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าไฮโดรเจน (Hydrogen Freehold and Leasehold Real Estate Investment Trust) หรือ HYDROGEN เพื่อเข้าลงทุนในคลังสินค้าและโรงงานของเครือสหพัฒน์ บนพื้นที่ยุทธศาสตร์ของอุตสาหกรรมการผลิต การขนส่ง และการกระจายสินค้า รวม 4 โครงการ ได้แก่
- โครงการไทเกอร์ สุวรรณภูมิ ดีซี ลาดกระบัง
- โครงการสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ศรีราชา
- โครงการสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ กบินทร์บุรี
- โครงการสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ แม่สอด
ทั้งนี้ บริษัทฯ ในฐานะผู้บริหารกองทรัสต์ฯ ได้ร่วมลงทุนในกองทรัสต์ฯ ในสัดส่วนร้อยละ 10 ของจำนวนหน่วยที่จดทะเบียนทั้งหมด เพื่อร่วมสร้างความมั่นคงในการสนับสนุนดูแลธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดย บริษัทฯ ดำเนินการโอนสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ภายในสวนอุุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ศรีราชา กบินทร์บุรี และแม่สอด ได้แก่ อาคาร โรงงานให้เช่า พื้นที่รวมทั้งหมด 54,208 ตารางเมตร ให้กับ HYDROGEN โดยมีบริษัท ไฮโดรเจน รีท แมเนจเม้นท์ จำกัด เป็น ผู้จัดการกองทรัสต์
- บริษัทฯ ได้รับผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทจดทะเบียนในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Corporate Governance Scorecard (ACGS) หรือ ASEAN CG Scorecard ประเภท ASEAN Asset Class PLCs ซึ่งมอบให้กับบริษัทที่ได้คะแนนตั้งแต่ 97.50 คะแนนขึ้นไป โดยประเมินบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูงสุด 100 อันดับแรก ณ วันที่ 31 พฤษภาคม ของทุกปี
- บริษัทฯ ได้รับผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย (CGR) ประจำปี 2565 โดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ในระดับ "ดีเลิศ" (ระดับ 5 ดาว)
- บริษัทฯ ได้รับผลการประเมินคุณภาพการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2565 บริษัทฯ ได้คะแนน 100 คะแนน ผลประเมินอยู่ในระดับ "ดีเยี่ยม"
- บริษัทฯ ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน 170 บริษัท ที่อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน หรือ Thailand Sustainability Investment (THSI) ประจำปี 2565 จัดขึ้นโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยแบ่งเป็นบริษัทที่เป็นบริษัทจดทะเบียนใน SET จำนวน 157 บริษัท และ MAI จำนวน 13 บริษัท
- บริษัทฯ ได้รับคัดเลือกให้เป็นบริษัทในกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ประจำปี 2565 ของบริษัทจดทะเบียน ที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance : ESG) ติดต่อกันเป็นปีที่ 8 โดยสถาบันไทยพัฒน์
- บริษัทฯ ได้ผ่านการรับรองการต่ออายุการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย โดยมีมติรับรองฐานะสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2565 การรับรองดังกล่าวจะมีอายุ 3 ปี โดยจะครบกำหนดในเดือนธันวาคม 2568
- บริษัทฯ ได้รับการรับรองการเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ระดับ 5 เมืองน่าอยู่คู่อุตสาหกรรม (Happiness) และ ได้รับประกาศเกียรติคุณในการแสดงความมุ่งมั่นในการนำแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี (Good Labour Practices : GLP)
- บริษัทฯ จัดทำการประเมินคาร์บอนฟุตปริ๊นองค์กร (Carbon Footprint Organization : CFO) ขอบเขตการประเมินที่สำนักงานใหญ่และสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ศรีราชา เพื่อประเมินปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร เพื่อธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
- สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ลำพูน มีการขยายกำลังการผลิตน้ำประปาและระบบบำบัดน้ำเสียส่วนกลาง เพื่อรองรับการขยายตัวของลูกค้าที่มีการใช้น้ำและทิ้งน้ำเสียเพิ่มขึ้น
- บริษัทฯ ได้ดำเนินการติดตั้งระบบเครือข่ายพื้นฐานเส้นใยแก้วนำแสง (Fiber Optic) เพื่อพัฒนาระบบสื่อสารรองรับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตของลูกค้าในสวนอุตสาหกรรม โดยมีการดำเนินการวางระบบเครือข่ายแล้วเสร็จที่สาขาศรีราชา กบินทร์บุรี ลำพูน
บริษัทฯ ได้ขยายการลงทุนโดยการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในธุรกิจที่บริษัทฯ ลงทุนอยู่เดิม โดยพิจารณาจากผลการดำเนินงาน ที่มั่นคงและให้ผลตอบแทนที่ดี อีกทั้งยังคงมองหาโอกาสการลงทุนใหม่ๆ ในธุรกิจที่หลากหลาย เพื่อบริหารและจัดการความเสี่ยง ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยเน้นการลงทุนที่มองว่าสามารถเอื้อประโยชน์ (Synergy) และส่งเสริมกลุ่มธุรกิจในกลุ่มสหพัฒน์ เช่น บริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่าย กาวอุตสาหกรรมและฉลากที่มีกาวในตัว บริษัท ออกซิเจน แอสเซ็ท จำกัด ประกอบธุรกิจลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และ บริษัท ฮิวแมนิก้า อีอีซี จำกัด ประกอบธุรกิจบริการระบบบริหารงานทรัพยากรบุคคลและทรัพยากรองค์กร รวมทั้ง ให้บริการจัดทำเงินเดือนและจัดทำบัญชี เป็นต้น
ได้รับการประเมินด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี ในระดับ 5 ดาว “ดีเลิศ” (Excellent) ประจำปี 2564 จากสมาคมส่งเสริม สถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai Institute of Directors : IOD)
จัดทำแผนกลยุทธ์ด้านบุคลากร ภายใต้ค่านิยมองค์กร “S-P-I” (Corporate Core Value “S-P-I”) นโยบายกลุ่มสหพัฒน์ “คนดี สินค้าดี สังคมดี” และปรัชญาคุณธรรมของ ดร.เทียม โชควัฒนา โดยมุ่งเน้น 4 เสาหลัก คือ บุคลากร (People) ความผูกพัน (Engagement) ระบบและขั้นตอน (System and Process) และผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท (Stakeholders)
นักลงทุนสัมพันธ์
ข่าวสารล่าสุด
พันธมิตรของเรา
ติดต่อนักลงทุนสัมพันธ์
อีเมล์รับข่าวสาร
ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารที่เกี่ยวกับบริษัท เราจะส่งข่าวสารให้ท่านทางอีเมล์
สมัครรับข่าวสาร