เศรษฐกิจไทยปี 2567 ขยายตัวร้อยละ 2.7 ปรับตัวดีขึ้นจากปี 2566 ที่ขยายตัวร้อยละ 1.9 โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและและการผลิตเพื่อส่งออก อย่างไรก็ตามกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ฟื้นตัวช้าและการแข่งขันที่อยู่ในระดับสูงเป็นปัจจัยกดดันของภาคธุรกิจในการใช้จ่ายภายในประเทศ ซึ่งปี 2568 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปจากภาคการท่องเที่ยวและภาคบริการที่ยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง และการเบิกจ่ายของภาครัฐที่กลับมาเป็นปกติ อย่างไรก็ดีการเติบโตจะถูกจำกัดด้วยอุปสรรคจากทั้งภายในและภายนอกประเทศ เช่น หนี้ครัวเรือนที่สูง ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายการค้าของคู่ค้าต่างประเทศ ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองภายในประเทศ ความผันผวนในตลาดการเงินโลก และปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ล้วนส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย คณะกรรมการบริษัทตระหนักดีถึงปัจจัยความท้าทายที่เกิดขึ้นดังกล่าว จึงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบ คล่องตัว และยึดมั่นในการกำกับดูแลกิจการที่ดีภายใต้แนวคิด “Success with Synergy and Sharing” ที่เรามุ่งมั่นสร้างความสำเร็จจากการรวมพลังและการแบ่งปันอย่างเหมาะสม โดยในปี 2567 บริษัทฯ มีรายได้และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและร่วมค้ารวม 7,339 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิจำนวน 3,321 ล้านบาท ซึ่งกำไรสุทธิจำนวน 3,095 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปี 2566
❞บริษัทฯ ยังมุ่งเน้นการสร้างโอกาสทางธุุรกิจ และแสวงหา Synergy ผ่านการทำงานร่วมกันกับพันธมิตรทางธุุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567 บริษัทฯ ได้ลงทุนต่อเนื่องในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจเทคโนโลยี และธุรกิจอื่นๆ เพิ่มเติมซึ่งคาดว่าเป็นธุรกิจที่สามารถสนับสนุนธุรกิจในกลุ่มสหพัฒน์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เช่น การพัฒนาต่อเนื่องในโครงการอสังหาริมทรัพย์บนทำเลศักยภาพย่านพระราม 3 ร่วมกับบริษัทอื่นๆ ในกลุ่มสหพัฒน์ อาทิ “คิงบริดจ์ ทาวเวอร์” และ “คิงสแควร์ คอมมูนิตี้มอลล์” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสาน (Mixed-use) อีกทั้งบริษัทฯ ยังร่วมลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ธุรกิจ Co-Working Space อย่าง บริษัท ซินเนอร์จี้ สเปซเซส จำกัด และการร่วมลงทุนใน บริษัท สห โตคิว พร็อพเพอร์ตี้ แมเนจเม้นท์ จำกัด ที่ดำเนินธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังลงทุนเพิ่มในธุรกิจที่ลงทุนอยู่เดิมที่มีศักยภาพ เช่น การเพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน บริษัท ประชาอาภรณ์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทที่มีฐานะการเงินมั่นคง เพื่อเข้าร่วมพัฒนาแผนธุรกิจให้ดำเนินธุรกิจได้เต็มศักยภาพ และผลักดันให้เกิดการลงทุนใหม่ๆ เพิ่มโอกาสในการสร้างผลกำไรมากขึ้น และการลงทุนเพิ่มเติมในบริษัท เพ๊ง เชิน เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบธุรกิจออกแบบ พัฒนา ผลิต และจำหน่ายแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) อีกทั้งยังมีการร่วมลงทุนในธุรกิจอื่นๆ อาทิ ธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น ได้แก่ ร้านข้าวหน้าปลาไหล “Unagi Yondaime Kikukawa” และร้านข้าวหน้าเทมปุระ “KANEKO HANNOSUKE” เป็นต้น
ในด้านความยั่งยืน บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกิจการที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน โดยในปี 2567 บริษัทฯ ได้รับผลประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย (CGR) ในระดับ “ดีเลิศ” (ระดับ 5 ดาว) โดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ติดต่อกันเป็นปีที่่ 6 และได้รับผลการประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ประจำปี 2567 ประเภทกลุ่มบริการ (Services) ในระดับ A ซึ่งจัดขึ้นโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อันแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในด้านดังกล่าว
สำหรับปี 2568 บริษัทฯ ยังคงตั้งมั่นในการดำเนินธุุรกิจเพื่อมุ่งพัฒนาองค์กรไปสู่ความยั่งยืน ด้วยความระมัดระวังและรอบคอบเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ โดยคณะกรรมการบริษัทจะเฝ้าติดตามและปรับแผนงานอย่างเหมาะสมเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างทันท่วงที ตลอดจนมองหาโอกาสทางธุุรกิจต่างๆ ร่วมกับพันธมิตร เพื่อสร้างผลตอบแทนอย่างเหมาะสมแก่ผู้ถือหุ้น โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุุกฝ่าย บนพื้นฐานหลักการกำกับดููแลกิจการที่่ดีและการบริหารความเสี่่ยง ซึ่่งบริษัทฯ ยึดมั่นในการประกอบธุุรกิจมาโดยตลอด
สุดท้ายนี้ คณะกรรมการบริษัทขอขอบคุณผู้มีส่วนร่วมทุกท่าน ทั้งลูกค้า บริษัทร่วมลงทุน คู่ค้า รวมถึงสถาบันการเงิน ผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นกู้ พันธมิตรทางธุรกิจ ตลอดจนผู้บริหารและพนักงาน รวมทั้งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ที่เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนให้บริษัทฯ ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างเติบโตและยั่งยืน เชื่อมั่นในการดำเนินงานของบริษัทฯ และให้การสนับสนุนบริษัทฯ ด้วยดีเสมอมา บริษัทฯ จะยังคงดำเนินธุรกิจโดยยึดมั่นหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ภายใต้แนวปฏิบัติสำคัญที่ว่า “คนดี สินค้าดี สังคมดี” เพื่อสร้างความสำเร็จอย่างยั่งยืนให้กับธุรกิจของบริษัทฯ สังคมไทย และสังคมโลกต่อไป